หอการค้าเชียงใหม่แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจเชียงใหม่ครึ่งแรกปี 2561 ส่วนครึ่งปีหลังน่าจะไปได้สวย

วันที่ 25 ก.ค.61 ที่ห้องอิมพีเรียล 2 โรงแรมแม่ปิง นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ไตรมาสแรกและไตรมาส 2 และแนวโน้มในครึ่งปีหลังของปี 2561
นายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ ไตรมาส 1และไตรมาส 2 ปี 2561 ปรับตัวดีขึ้น ตามภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี และพยุงการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคให้ปรับตัวดีขึ้นบ้าง เนื่องจากกำลังซื้อภาคชาวบ้านยังไม่เข้มแข็ง จากราคาพืชผลที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำและภาระหนี้สินของเกษตรกร การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวในบางสาขา เช่น ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าที่มีคู่ สมรสเป็นชาวต่างประเทศดูดซับบ้านและคอนโดมิเนียมคงเหลือให้ลดลง ทำให้เริ่มมีสัญญาณลงทุนในโครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็กและคอนโดมิเนียม ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงปลายปีนี้ต่อถึงปีหน้า การลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวยังมี ต่อเนื่องทั้งในส่วนของการลงทุนใหม่และปรับปรุงโรงแรมเดิมทางด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจเชียงใหม่ครึ่งปีหลัง จะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการมอนิเตอร์ในการทำโฟกัสกรุ๊ป และประเมินโดยใช้เครื่องมือทางตัวเลข ผลก็จะออกมาทางวิชาการที่จับตัวเลขหลัก ๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่เป็นหลักคือด้านการท่องเที่ยว การเกษตร การค้า อสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และอีกส่วนเป็นการวิเคราะห์เสริมสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจเชียงใหม่ครึ่งปีหลัง ขออนุญาตมองเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกหอการค้าฯ เป็นการมอนิเตอร์ในการทำโฟกัสกรุ๊ป และประเมินโดยใช้เครื่องมือทางตัวเลข ผลก็จะออกมาทางวิชาการที่จับตัวเลขหลัก ๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงใหม่เป็นหลักคือด้านการท่องเที่ยว การเกษตร การค้า อสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และอีกส่วนเป็นการวิเคราะห์เสริม ซึ่งขอสรุปเป็นสาระสำคัญได้แก่ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าการท่องเที่ยวยังไปได้ดี แม้ว่าจะมีปัญหาเรือล่มที่ภูเก็ต แต่ที่ทางหอการค้าได้วิเคราะห์ก็พบว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเชียงใหม่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว นักท่องเที่ยวจีนยังเข้ามาตามปกติ และการเอาใจใส่และการดูแลของทางการ ก็ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว หอการค้าฯ คิดว่าเมื่อถึงสิ้นปีคิดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวน่าจะขยับแตะที่ 11 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ซึ่งตัวเลขที่ยืนยันได้ว่า นักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ไม่ได้ลดน้อยลงกว่าปีที่แล้วแต่อย่างใด และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันจะก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนมากกว่า 1 แสนล้านบาทประเด็นที่หอการค้าฯ ให้ความสำคัญด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนมี 2 ด้านที่ต้องมองด้านโอกาสและผลกระทบ ซึ่งจากทีมที่ปรึกษาของหอการค้าฯ ได้สรุปว่า นอกจากนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว ยังมีกลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก ๆ คือ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจขนส่งหรือโลจิสติกส์ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งด้านการท่องเที่ยวเราไม่อยากให้เกิดเช่นเดียวกับภูเก็ตที่ทุนเข้ามาครอบงำทั้งซัพพลายเชนแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในพื้นที่เลย ทั้ง ทัวร์ ร้านอาหาร โรงแรม หรือแม้กระทั่งของที่ระลึก กระทั่งการขนส่งสินค้าของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมซื้อของฝากของที่ระลึกจากเชียงใหม่ส่งกลับไปยังจีน ตรงนี้ยังเป็นประเด็นที่หอการค้าฯ ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และยิ่งเป็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าเกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์
จากผลการวิจัยของบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ก็ได้ระบุว่าจำนวนลูกค้าชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมในเชียงใหม่ พบว่า 60% และคาดว่าปีนี้สัดส่วนจะขยับมากขึ้นถึง 70% เป็นกลุ่มลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ 20% คือกลุ่มลูกค้าในย่านเอเชียประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะฮ่องกงและเกาหลี อีก 20% เป็นชาติยุโรปและอเมริกาในสัดส่วนโควตาชาวต่างชาติที่ถือครองกรรมสิทธิ์ได้ 49% เนื่องจากคนจีนมองเห็นโอกาสในการลงทุน รวมไปถึงมีการส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนต่อในไทยที่ จ.เชียงใหม่ มากขึ้นด้วย รูปแบบการซื้อจึงซื้อไว้เพื่อการลงทุน รวมไปถึงเป็นที่อยู่อาศัยในวัยเกษียณ สอดคล้องกับสถิติสายการบินประจำที่ทำการบินตรงจากเชียงใหม่ไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และเขตปกครองพิเศษของจีนอีก 15 สายการบินใน 14 เส้นทาง 36 เที่ยวบิน/วัน หรือเฉลี่ยวันละ 6,000 คน ซึ่งเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากจีนเดินทางมายังเชียงใหม่ประมาณ 1.4 ล้านคน คาดว่าภายในปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามายังเชียงใหม่กว่า 2 ล้านคน เรียกได้ว่าอนาคตเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่เป็นบ้านหลังที่สองของจีนก็ว่าได้ ในทางกลับกันหอการค้าฯ ก็มองโอกาสทางด้านการค้าฯ การผลิตสินค้าทีตรงกับความต้องการโดยเฉพาะด้านผลไม้ สินค้าหัตถกรรมเป็นต้นที่หอการค้าฯ ก็กำลังผลักดันให้เชียงใหม่เป็น Market Place ที่จะส่งสินค้า Cross border Ecommerceด้านสินค้าการเกษตรถือว่ามีแนวโน้มที่ดี และจะสามารถสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวได้ สภาพดินฟ้าอากาศที่ดี จะช่วยให้ผลผลิตพืชผลไม่เสียหาย ช่วยรายได้ของภาคเกษตรได้ส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนของราคาพืชผลก็ขอให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันเพื่อให้เกษตรกรได้ราคาพืชผลดีที่สุด และก็จะกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการซื้ออุปกรณ์การเกษตร หรือการบริโภคที่เพิ่มขึ้น
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีการประเมินว่า น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เพราะสต๊อกบ้าน/คอนโดก็ลดลงไปพอสมควร ก็เริ่มเห็นผู้ประกอบการขยับตัวลงทุนใหม่ ๆ ในบ้าน/คอนโดซึ่งเราจะเห็นในช่วงครึ่งหลังของปีหรือต้นปีหน้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้นเพราะที่สำคัญ สัญญาการลงทุนภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น ได้แก่โครงการขยายสนามบินเชียงใหม่เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว 18 ล้านคนในปี 2568 โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โครงการมอเตอร์เวย์ เชื่อมเชียงใหม่-เชียงราย รวมถึงโครงการลงทุนด้านขนส่งมวลชนในพื้นที่เป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน และบนดิน โดยความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยหอการค้าฯ จะได้นำเสนอประเด็นด้านลงทุนทุกด้านให้รัฐบาลได้เร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งน่าจะนำเสนอในการประชุม ครม.สัญจรที่จะเกิดขึ้นที่จังหวัดลำปางในเร็ว ๆ นี้ด้วยสำหรับ ความท้าทายหอการค้าฯ ได้ร่วมกับ กกร. เร่งรัดผลักดันโครงการใหญ่ ๆ ให้เป็นรูปธรรมและกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนต่อเนื่อง รวมถึงด้านการค้าชายแดนที่ด่านหลักแต่ง อ.เวียงแหง ที่จะเป็นส่วนเพิ่มมูลค่าเศษฐกิจในพื้นที่ในอนาคตและจะเป็นการเปิดช่องทางเศรษฐกิจเชื่อมกับพม่า และอินเดียในอนาคตด้วยราคาสินค้าเกษตรขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ และปัจจัยการผลิต ส่วนด้านการตลาดหอการค้าฯ จะเร่งสนับสนุนด้านการแปรรูป ต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าสู่ตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานด้านฮาลาล การต่อยอดสินค้าเกษตรในพื้นที่สู่ออแกนนิกส์ เป็นต้นส่วนปัญหาภาวะหนี้ครัวเรือนก็เหมือนกับเชือกที่ดึงขาไม่ให้เศรษฐกิจฟื้น วิธีที่ดีที่สุดคือช่วยด้านราคาหาช่องทางขายใหม่ ๆ เช่น e-commerce cross border เพื่อให้ราคาสูงขึ้น เติมด้านปลายทางด้านการตลาด
อย่างไรก็ตาม นางวิภาวัลย์ วประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าสรุปในตอนท้ายว่า คาดว่าเศรษฐกิจเชียงใหม่ในครึ่งหลังของปียังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว การเกษตรและการลงทุน และทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันสู้กับความท้าทาย เพื่อให้เศรษฐกิจเชียงใหม่คึกคักให้ได้ และคาดว่าเศรษฐกิจในปีหน้าก็จะกระเตื้องขึ้นโดยมีปัจจัยด้านการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปีหน้านี้อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *