อดีตแม่บ้านตกงานโควิด ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ทั่วเชียงใหม่

กล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่นางปัทมา อายุ 38 ปี ซึ่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้ทำทีลงมาเลือกซื้อของ กระทั่งฉวยโอกาสตอนที่เจ้าของร้านเผลอ ฉกกระเป๋าเงินของเจ้าของร้านและขับรถจักรยานยนต์หนีหายไป ซึ่งหลังจากก่อเหตุทางเจ้าของร้านก็ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

และล่าสุดคนร้ายรายนี้ได้กลับมาก่อเหตุอีกครั้งที่เมื่อ เวลาประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่ร้านขายดอกมะลิ ทางไปวัดดอยคำ หมู่ 2 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้ทำทีมาซื้อดอกมะลิ จากนั้นก็อาศัยช่วงเจ้าของร้านเผลอฉกกระเป๋าของเจ้าของร้านแล้วขับรถหนีทันที ซึ่งภายในมีบัตรประจำตัวต่างๆ รวมถึงเงินสดประมาณ 3 หมื่นบาท และพระเครื่องอีก 2 องค์ รวมมูลค่าประมาณ 4 หมื่นบาท ซึ่งทางเจ้าของร้านได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้แกะรอยคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนร้ายรายนี้ก็ไม่พ้นมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกจับกุมที่ ริมถนนกลางทุ่ง ต.ทุ่งต้อม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมาสอบสวน ซึ่งทางผู็ต้องหานั้นก็ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยได้ตระเวณก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หลายที่ และหลายเดือน โดยเงินที่ได้ก็จะนำไปใช้กินใช้จ่ายเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงิน แต่เดิมทำงานเป็ยแม่บ้านของโรงแรม แต่ต้องตกงานเพราะช่วงโควิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ในส่วนการก่อเหตุของผู็ต้องหารายนี้นั้นพื้นที่ รับผิดชอบของ สภ.เมืองเชียงใหม่ นั้น ก่อเหตุด้วยกันอยู่ 3 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุเมื่อเวลา 09.15 วันที่ 24 ก.ค.63 ที่ร้านขายของชำ ม.5 ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ ของนางบัวคำ อายุ 63 ปี ซึ่งได้ทรัพย์สินเงินสดและบัตรประจำตัวต่างๆในกระเป๋าไป รวมมูลค่าประมาณ 5 พันบาท ต่อมาเวลา 11.30 ของวันเดียวกันได้ไปก่อเหตุขโมยกระเป๋าของเจ้าของร้านขายดอกมะลิป้าหล้า ทางไปวัดดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทรัพย์สินไปอีกจำนวนหนึ่ง

และล่าสุดก่อเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.30 ของวันที่ 18 พ.ย.63 ได้เข้าไปขโมยกระเป๋าของนางแก้วนา อายุ 58 ปี ที่ร้านขายดอกมะลิ ทางไปวัดดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ทรัพย์สินที่ได้ไป เงินสดประมาณ 3 หมื่นบาท พระเครื่อง 2 องค์

อย่างไรก็ตามนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างสืบสวนขยายผลผู้ต้องหารายนี้ว่าได้ก่อเหตุมาทั้งหมดกี่ครั้ง และก่อเหตุที่ไหนบ้าง คาดว่าน่าจะเยอะกว่า 10 ที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร และ ลักทรัพย์โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *